การบริจาคเงิน
การบริจาคสิ่งของ
การบริจาคเลือด
การบริจาคอวัยวะ

                   

การบริจาคอวัยวะ

ติดต่อได้ที่ กลุ่มการพยาบาล โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี อาคารอำนวยการ ชั้น 1 โทรศัพท์ 077- 915600        ต่อ 2834  ในเวลาราชการ

______________________________________________________________________________________

การบริจาคอวัยวะ

        คือ   การให้อวัยวะ   เพื่อนำไปปลูกถ่านให้กับผู้ป่วยที่หมดหวังจากการรักษาด้วยวิธีอื่น ๆ ถือเป็น ของขวัญเพื่อชีวิต”  ในทางพุทธศาสนาเรียกว่า อุปบารมีทาน

การปลูกถ่ายอวัยวะ

        คือ การผ่าตัดอวัยวะใหม่เปลี่ยนแทนอวัยวะเดิมที่เสื่อมสภาพ จนไม่สามารถทำหน้าที่ต่อไปได้ เป็นการช่วยผู้ป่วยในระยะสุดท้ายให้กลับมามีชีวิตใหม่ ด้วยคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เพื่อประโยชน์ต่อครอบครัวและสังคมต่อไป

_____________________________

 

ภาวะสมองตาย

               

         คือ  ภาวะที่แกนสมองถูกทำลายจนเสียการทำงานโดยสิ้นเชิงและถาวร ถึงแม้จะกระตุ้นด้วยวิธีใด ๆ ก็ไม่ตอบสนอง ไม่มีการไอจาม ไม่สามารถหายใจได้เอง และแม้จะใช้เครื่องมือช่วยหายใจหรือยากระตุ้นใด ๆ ก็ไม่สามารถเยียวยารักษาให้กลับมาฟื้นคืนชีวิตได้อีก ถือได้ว่าผู้นั้นเสียชีวิตแล้ว

ทำไมอวัยวะของผู้เสียชีวิตสมองตายจึงนำไปปลูกถ่ายได้

         อวัยวะส่วนอื่น ๆ ของผู้เสียชีวิตสมองตาย ยังทำงานได้อยู่ เนื่องจากการใส่เครื่องช่วยหายใจไว้ ทำให้ร่างกายได้รับออกซิเจน หัวใจก็สามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงอวัยวะส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้  โดยอาจจะได้รับยากระตุ้นหัวใจร่วมด้วย ถ้าการทำงานของอวัยวะอยู่ในสภาพเหมาะสม ก็สามารถบริจาคอวัยวะ เพื่อช่วยเหลือชีวิตผู้อื่นได้

 

 

_____________________________

 

“อวัยวะอะไรที่สามารถบริจาคได้บ้าง”  อวัยวะที่สามารถบริจาคได้คือ หัวใจ ปอด ตับ ไต


หัวใจ เป็นอวัยวะที่สำคัญมากของร่างกาย  ทำหน้าที่สูบฉีดโลหิตเพื่อนำออกซิเจนไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย  ผู้ที่เป็นโรคหัวใจระยะสุดท้ายด้วยสาเหตุกล้ามเนื้อหัวใจเสื่อมสภาพและไม่สามารถรักษา
ด้วยยาหรือการผ่าตัดทั่วไปได้  จำเป็นต้องได้รับการปลูกถ่ายหัวใจ  ผู้ป่วยบางรายทำให้เกิดอาการทางปอดด้วย  ก็จำเป็นที่จะต้องได้รับการปลูกถ่ายหัวใจพร้อมกับปอด ผู้ที่ได้รับการปลูกถ่ายหัวใจไปแล้ว และหัวใจยังทำงานได้ดีถึงปัจจุบันนานที่สุด คือ 26 ปี


ปอด มีหน้าที่แลกเปลี่ยนก๊าซโดยหายใจเอาก๊าซออกซิเจนเข้าและเอาก๊าซคาร์บอนได้ออกไซด์ออก  ในผู้ป่วยที่เป็นโรคปอดอย่างรุนแรง  เช่น  ถุงลมโป่งพอง  สามารถรักษาได้ด้วยการปลูกถ่ายปอด ผู้ที่ได้รับการปลูกถ่ายปอดไปแล้ว และปอดยังทำงานได้ดีนานที่สุด คือ 18 ปี


ตับ เป็นอวัยวะที่ใหญ่ที่สุดในช่องท้อง  เป็นแหล่งสะสมพลังงาน  ของร่างกาย  และทำลายสารพิษต่าง ๆ  ที่ร่างกายได้รับ  ผู้ที่เป็นโรคตับระยะสุดท้าย  หรือตับวายเฉียบพลันที่ไม่สามารถรักษาด้วยวิธีทั่วไปได้  ต้องได้รับการปลูกถ่ายตับใหม่  หลังจากผ่าตัดผู้ป่วยร้อยละ  70-80  สามารถอยู่ได้เกิน  1  ปี  ผู้ที่ได้รับการปลูกถ่ายตับไปแล้ว และตับยังทำงานได้ดีนานที่สุด คือ 35 ปี


ไต  มีรูปร่างคล้ายถั่วเหลือง  อยู่บริเวณบั้นเอวข้างกระดูกสันหลังทั้ง  2  ข้าง  มีหน้าที่ขับถ่ายของเสีย ยา  หรือสารแปลกปลอมออกทางปัสสาวะ ผู้ป่วยไตเรื้อรังหากไม่ได้รับการปลูกถ่ายไต  ก็จะต้องได้รับการฟอกเลือดหรือล้างไตทางช่องท้อง ผู้ที่ได้รับการปลูกถ่ายไตไปแล้ว และไตยังทำงานได้ดีนานที่สุด คือ 42 ปี

ผู้ที่สามารถแสดงความจำนงบริจาคอวัยวะได้

        หญิง ชาย ทุกวัย ทุกเชื้อชาติ ที่สุขภาพแข็งแรง ปราศจากโรคติดเชื้อ โรคมะเร็ง สามารถแสดงความจำนงบริจาคอวัยวะได้


เมื่อผู้ที่แสดงความจำนงบริจาคอวัยวะเสียชีวิต ศูนย์รับบริจาคอวัยวะฯ จะทราบได้อย่างไร
        1.  โรงพยาบาลที่บุคคลนั้นเข้ารับการรักษาแจ้งมา โดยทราบจากบัตรประจำตัวผู้มีความจำนงที่พกติดตัวไว้ หรือญาติผู้บริจาคแจ้งแก่ แพทย์ผู้รักษา
        2.  ญาติของบุคคลนั้นแจ้งมายังศูนย์รับบริจาคอวัยวะฯ โดยตรง

 

อวัยวะที่ได้รับบริจาค จะนำไปให้ใคร

                ด้วยอวัยวะที่ได้รับบริจาคมาเป็นสิ่งที่มีคุณค่ายิ่ง ศูนย์รับบริจาคอวัยวะๆ จึงจัดสรรให้แก่ผู้รออวัยวะที่ลงทะเบียนไว้กับศูนย์รับบริจาคอวัยวะ ตามเจตนารมณ์ของผู้บริจาคและทายาท เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดด้วยความเป็นธรรม โดยมีหลักการสำคัญดังนี้
เสมอภาค
                ผู้รอรับอวัยวะทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกันในการได้รับอวัยวะไม่แบ่งแยกเพศ  เชื้อชาติ  ศาสนา ฐานะ ฯลฯ
มนุษยธรรม
                ผู้ป่วยที่รอรับการปลูกถ่ายหัวใจ  ปอด  ตับ  ที่มีอาการหนักได้รับการจัดสรรอวัยวะให้ก่อน
ถูกหลักวิชาการ  โดยพิจารณาจาก   

  • หมู่เลือด
  • ความเข้ากันได้ของเนื้อเยื่อของผู้บริจาคและผู้รับอวัยวะ
  • ระดับภูมิต้านทานต่อเนื้อเยื่อ
  • ระยะเวลาที่รออวัยวะ
  • อายุ

โปร่งใส  

  • ตรวจสอบข้อมูลได้
  • รายงานการจัดสรรอวัยวะแก่คณะอนุกรรมการวิชาการทุก 3 เดือน

ไม่มีการซื้อขาย

  • ไม่มีการให้ค่าตอบแทนแก่ญาติผู้บริจาค
  • ไม่เรียกเก็บค่าอวัยวะจากผู้รับอวัยวะ

 

เจ้าหญิงนิทราสามารถบริจาคอวัยวะได้หรือไม่

            ผู้ที่อยู่ในสภาพเจ้าหญิงนิทรา หรือเรียกว่าสภาวะผัก (Vegetative stage)  เป็นสภาพที่สมองใหญ่ (Cerebrum) สูญเสียความสามารถในการทำงานไป โดยที่แกนสมอง (Brain stem) ยังพอทำงานได้ทำให้ยังสามารถหายใจหรือไอได้เอง แต่ไม่สามารถทำตามสั่งได้ ไม่สามารถรับรู้หรือเข้าใจได้  ดังนั้น ผู้ที่อยู่ในสภาพเจ้าหญิงนิราจึงไม่ถือว่าตาย

บริจาคแล้วมอบให้ทั้งร่างกายหรือไม่

                      

             การบริจาคอวัยวะ คือ การบริจาคเฉพาะอวัยวะภายในที่ใช้ประโยชน์ได้ เช่น หัวใจ ตับ ปอด ไต ฯลฯ เพื่อนำไปปลูกถ่ายช่วยเหลือผู้ป่วย เมื่อแพทย์ได้ทำการผ่าอวัยวะเรียบร้อยแล้วจะมอบร่างกายให้ญาติ นำไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป ซึ่งแตกต่างจากการอุทิศร่างกาย เพื่อการศึกษาของแพทย์ที่จำเป็นต้องรับไปทั้งร่าง

             อย่างไรก็ตาม ในขณะที่มีชีวิตเราสามารถแสดงความจำนงบริจาคได้ทั้งอวัยวะและร่างกาย เนื่องจากการพิจารณาว่าบุคคลนั้น สามารถบริจาคอวัยวะหรือร่างกายได้หรือไม่ ต้องพิจารณาจากสาเหตุการเสียชีวิตและการทำงานของอวัยวะในขณะนั้น

 

ผู้แสดงความจำนงบริจาคอวัยวะเสียชีวิตแล้ว....แต่ญาติไม่ให้

           การจะนำอวัยวะของผู้ที่แสดงความจำนงบริจาคอวัยวะที่เสียชีวิตไปใช้ปลูกถ่ายได้ ต้องได้รับการยินยอมจากญาติเป็นลายลักษณ์อักษรเท่านั้น หากญาติไม่ยินยอม ศูนย์รับบริจาคอวัยวะฯ ถือว่าการบริจาคนั้นเป็นอันยกเลิก โดยไม่มีข้อผูกมัดใด ๆ
            การที่ญาติยินดีบริจาคอวัยวะของผู้แสดงความจำนงบริจาคอวัยวะ เพื่อช่วยเหลือชีวิตผู้อื่น ถือเป็นการปฏิบัติตามเจตนารมณ์ของบุคคลนั้นอย่างแท้จริง

          หากผู้เสียชีวิตสมองตายไม่เคยแสดงความจำนงบริจาคอวัยวะไว้ แต่ญาติเห็นประโยชน์ของการบริจาคอวัยวะ ก็สามารถบริจาคอวัยวะเพื่อเป็นการสร้างกุศลครั้งสุดท้ายให้แก่ผู้เสียชีวิตได้

 

 

ผู้ที่สามารถแสดงความจำนงบริจาคอวัยวะได้

              บุคคลทุกเพศ ทุกวัย ทุกเชื้อชาติ ที่สุขภาพแข็งแรง ปราศจากโรคติดเชื้อ โรงมะเร็ง สามารถแสดงความจำนงบริจาคอวัยวะได้
การแสดงความจำนงบริจาคอวัยวะไม่ต้องมีการตรวจร่างกายใด ๆ การตรวจร่างกายจะกระทำเมื่อผู้นั้นอยู่ในภาวะสมองตายแล้ว เพื่อประเมินสภาพการทำงานของอวัยวะว่าเหมาะสมสำหรับนำไปปลูกถ่ายให้แก่ผู้ป่วยอื่นหรือไม่

 

คุณสมบัติของผู้บริจาคอวัยวะ

1. ผู้บริจาคอวัยวะต้องมีอายุไม่เกิน 60 ปี
2. เสียชีวิตจากสภาวะสมองตายด้วยสาเหตุต่าง ๆ
3. ปราศจากโรคติดเชื้อ และโรคมะเร็ง
4. ไม่เป็นโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน, หัวใจ, โรคไต, ความดันโลหิตสูง, โรคตับ และไม่ติดสุรา
5. อวัยวะที่จะนำไปปลูกถ่ายต้องทำงานได้ดี
6. ปราศจากเชื้อที่ถ่ายทอดทางการปลูกถ่ายอวัยวะ เช่น ไวรัสตับอักเสบชนิดบี, ไวรัสเอดส์ ฯลฯ
7. กรุณาแจ้งเรื่องการบริจาคอวัยวะแก่บุคคลในครอบครัวหรือญาติให้รับทราบด้วย

 

 เมื่อผู้ที่แสดงความจำนงบริจาคอวัยวะเสียชีวิต ศูนย์รับบริจาคฯ จะทราบได้อย่างไร

          1.โรงพยาบาลที่บุคคลนั้นเข้ารับการรักษาแจ้งมา โดยทราบจากบัตรประจำตัวผู้มีความจำนงที่พกติดตัวไว้หรือญาติผู้บริจาคแก่แพทย์ผู้รักษา
          2.ญาติของบุคคลนั้นแจ้งมาศูนย์รับบริจาคอวัยวะฯ โดยตรง ทางโทรศัพท์ สายด่วน 1666 ผ่านระบบโทรศัพท์ตอบรับอัตโนมัติ ตลอด 24 ชั่วโมง   

 

ผู้มีความประสงค์บริจาคอวัยวะ

          ติดต่อได้ที่ กลุ่มการพยาบาล โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี อาคารอำนวยการ ชั้น 1 โทรศัพท์ 077-915600 ต่อ 2834 ในเวลาราชการ

ขอบคุณเนื้อหาและภาพประกอบจาก
          ศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย

_____________________________

 

ข่าวการบริจาคอวัยวะเพิ่มเติม..