นโยบายโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี

  • ประวัติโรงพยาบาล
  • นโยบาย
  • วิสัยทัศน์/พันธกิจ
  • ประเด็นยุทธศาสตร์/ค่านิยม
  • รายชื่อแพทย์

ที่ตั้ง                       
ตั้งอยู่เลขที่  56  หมู่ที่ 2  ตำบลมะขามเตี้ย อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี

เนื้อที่     
โรงพยาบาลมีเนื้อที่ทั้งหมด 66 ไร่  3  งาน  7.2 ตารางวา  โดยการบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธาสละเงินซื้อ และอุทิศให้เพื่อสร้างโรงพยาบาล

ประวัติ
การก่อสร้างโรงพยาบาลประจำจังหวัดนี้ได้เริ่มดำริขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2484 ในสมัยที่หลวงสฤษฎิสาราลักษณ์ เป็นข้าหลวงประจำจังหวัด ขุนทิพยวรเสพเป็นสาธารณสุขจังหวัด และขุนพิศาลสัมมารักษ์เป็นนายอำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี ได้ดำริจัดสร้างโรงพยาบาลขึ้น ณ ที่ตั้งโรงพยาบาลปัจจุบันนี้ โดยที่ดินว่างเปล่าอันเป็นวัดร้างอยู่เดิม จังหวัดจึงได้เจรจากับ เจ้าของที่ดินบริเวณข้างเคียง ปรากฎว่านางแดง อภิชาตกุล มีใจศรัทธาในการสร้างสถานกุศลสาธารณประโยชน์ ยอมยกที่ดิน ให้ทางราชการสร้างโรงพยาบาล 2 แปลง โดยไม่คิดมูลค่าแต่อย่างใด คือ แปลงที่ 1 เนื้อที่ 5 ไร่ 2 งาน 85 ตารางวา 2 ตารางศอก คิดราคาในขณะนั้น ไร่ละ 120 บาท เป็นเงิน 685.54 บาท  แปลงที่ 2 เนื้อที่ 4 ไร่ คิดราคาไร่ละ 100 บาท เป็นเงิน 400 บาท  รวมเป็นเงิน  1,085.54  บาท  ทั้งนี้เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่นายจิต อภิชาตกุล สามีผู้วายชนม์ นอกจากนี้ได้ซื้อที่ดินจากเอกชนอีก 5 ราย คือ

1. ที่ดินนายแจ้ง  6 ไร่ 2 งาน 84 ตารางวา ไร่ละ 25 บาท เป็นเงิน 167.75 บาท

2. ที่ดินนายน่วม 3 ไร่ 1 งาน 57 ตารางวา ไร่ละ 70 บาท เป็นเงิน 237.50 บาท

3. ที่ดินนางนวม 1 ไร่ 2 งาน 63 ตารางวา 1 ตารางศอก ไร่ละ 70 บาท เป็นเงิน 116 บาท แต่เจ้าของขอเพิ่มอีก 16 บาท เพื่อให้สมกับที่ต้องเสียดอกเบี้ยตามหนังสือ สัญญาซื้อขายที่อำเภอ จึงรวมเป็นเงิน 132 บาท

4. ที่ดินนายสังข์ 1 ไร่ 2 งาน 66 ตารางวา 1 ตารางศอก ไร่ละ 70 บาท เป็นเงิน 116.50 บาท

5. ที่ดินนายขำ 3 ไร่ 8 ตารางวา 2 ตารางศอก ไร่ละ 70 บาท เป็นเงิน 211.50 บาท

รวมค่าที่ดินที่ต้องซื้อจากเอกชน เป็นเงิน 865.25 บาท ซึ่งเงินจำนวนนี้ ขุนเศรษฐภักดี ได้มีใจศรัทธาบริจาคให้ ทั้งสิ้น ได้เสนอเรื่องรวมไปยังกรมสาธารณสุข และทำหนังสือซื้อขายกัน ณ ที่ว่าการอำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี เสร็จเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2484 ครั้นรุ่งขึ้นวันที่ 8 ธันวาคม 2484 ญี่ปุ่นยกพลขึ้นบกที่จังหวัดนี้ ตำรวจ ข้าราชการ ลูกเสือ นักเรียน และประชาชนชาวสุราษฎร์ธานี ได้ทำการต่อสู้ต้านทาน จนกระทั่งศาลากลางจังหวัด และที่ว่าการอำเภอเมืองสุราษฎร์ธานีถูกไฟไหม้ หลักฐานต่าง ๆ ในเรื่องนี้ถูกไฟไหม้หมด ต่อจากนั้นก็อยู่ในสถานการณ์สงคราม การสร้างโรงพยาบาลจังหวัดก็ต้อง หยุดชะงักเรื่อยมา
ครั้นเมื่อปี พ.ศ. 2489 ในสมัยที่นายแม้น อรจันทร์ เป็นข้าหลวงประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี ขุนอุปรักษ์คณานนท์ เป็นสาธารณสุขจังหวัด และนายชิต รัศมิทัต เป็นนายอำเภอเมืองสุราษฎร์ธานีได้ยกเรื่องนี้ขึ้นมาดำเนินการต่อไป และขอเงินงบประมาณการก่อสร้างไปยังกรมการสาธารณสุข และจัดตั้งองค์การกุศลสาธารณสุขขึ้นหาเงินมาสมทบ รวมกับเงินบำรุงท้องที่ส่วนของจังหวัดซึ่งมีอยู่แล้วเป็นจำนวน 20,196.01 บาท ครั้นนายแม้น อรจันทร์ ย้ายไปและขุนรัฐวุฒิวิจารณ์ ย้ายมาเป็นข้าหลวงประจำจังหวัดแทนก็ได้รับการดำเนินการต่อไป แต่เห็นว่าสถานที่ที่ดำริจะสร้างเดิม (ที่ตั้งโรงพยาบาลปัจจุบัน) ไม่เหมาะ ควรจะสร้างขึ้น ณ ที่ตั้งสุขศาลา หน้าสำนักงานเทศบาลเมืองสุราษฎร์ธานี (สนามเทนนิสจังหวัดในปัจจุบัน) เนื่อง จากที่เดิมไม่เหมาะเพราะ

1. ไกลที่ชุมชน คนเจ็บป่วยเล็กน้อยมีความอิดหนาระอาใจที่จะไปโรงพยาบาล

2. เจ้าหน้าที่ประจำโรงพยาบาลต้องเดือดร้อนในเรื่องความเป็นอยู่ เช่น การจ่ายตลาด และเด็กไปเรียนหนังสือที่โรงเรียน

3. ต้องใช้จ่ายค่าปราบที่ ตกแต่งสถานที่อีกมาก

4. ต้องสิ้นเปลืองค่าขนส่ง

5. เครื่องสาธารณูปโภค เช่น น้ำและไฟฟ้าไม่สะดวก

แต่กระทรวงสาธารณสุขเห็นว่าที่นั้นคับแคบเกินไป ไม่สะดวกแก่การขยายให้ครบรูปในภายหน้าจังหวัดก็ได้เสนอ ให้จัดสร้างขึ้นที่บริเวณสนามบินเก่า ต.มะขามเตี้ย แต่กระทรวงสาธารณสุขก็ ไม่เห็นด้วยและยืนยันให้สร้างในที่ดำริไว้เดิม คือ ที่ซึ่งโรงพยาบาลตั้งอยู่ในขณะนี้ ทั้งนี้โดยเห็นว่า ที่ดินแปลงนี้ได้มีผู้มีจิตศรัทธาสละเงินซื้อและอุทิศให้เพื่อสร้างโรงพยาบาลเป็นเวลานานปีมาแล้ว หากจะเลิกล้มเสียก็เป็นการเสียน้ำใจของผู้บริจาคนั้น ระยะทางจากที่ดินแปลงนี้ถึงที่ชุมชน (ตลาด) มีระยะทางประมาณเพียงไม่ถึง 3 กม. ถ้าจะคิดระยะห่างจากสุขศาลาเทศบาลในขณะนั้นก็มีระยะเพียง 1 กม. เท่านั้นระยะใกล้เคียงกันกับระยะไปสนามบินเก่า เชื่อแน่ว่าคงไม่ขัดข้องในการติดตั้งและส่งกระแสไฟฟ้าไปให้ถึงโรงพยาบาลได กรมทางกำลังบูรณะถนนสายบ้านดอน-ท่าข้าม (ถนนสุราษฎร์ - พุนพิน ในปัจจุบัน) และคาดว่าคงจะทำเสร็จเร็วๆ เมื่อทำถนนนั้นเสร็จแล้ว ก็จะมีรถยนต์และรถอื่นๆ ตลอดจนรถประจำทางผ่านไปมาอยู่เสมอ ไม่เป็นแหล่งที่เปลี่ยวเช่นสนามบินเก่าซึ่งเป็นทางตัน ถ้าไม่มีธุระจริงแล้ว ประชาชนก็ไม่ใช้สัญจร ที่ดินแห่งนี้ติดถนนใหญ่สายสำคัญ และติดคลอง สะดวกแก่ผู้ป่วยซึ่งจะมาโดยรถไฟ    รถยนต์ และเรือจากตำบลและอำเภออื่นๆ ทั้งจังหวัดผิดกันกับที่สนามบินเก่าซึ่งจะไปมาติดต่อได้โดยทางรถยนต์เท่านั้น น้ำอุปโภคและบริโภคสำหรับใช้ในโรงพยาบาลจัดหาได้ง่ายกว่าที่สนามบินเก่าซึ่งปรากฎว่า ในบริเวณตอนนั้นขุดหาน้ำได้ยากและไม่จืดสนิท เนื้อที่ที่จะขยายต่อไปที่บริเวณสร้างโรงพยาบาลขณะนั้นทำได้ง่ายกว่าที่สนามบินเก่า ซึ่งจะขยายออกได้ แต่ทางข้างหน้า ส่วนทางด้านหลังติดที่สงวนของสถานีวิทยุ บริเวณสนามบินเก่า มีอาคารอยู่แล้วซึ่งเป็นของกรมราชทัณฑ์ ขอใช้เป็นโรงพยาบาลต้องสิ้นเปลืองค่าดัดแปลงเป็นจำนวนเงินมิใช่น้อย และกรมราชทัณฑ์คงไม่ให้เปล่า อย่างน้อยก็ต้องสร้างชดเชยให้ เป็นการเสียสองต่อ และได้ผังบริเวณทั่วไปของโรงพยาบาล ตลอดจนอาคารไม่เหมาะสม ด้วยจำต้องดัดแปลงเข้าหาสิ่งที่มีอยู่แล้ว

ครั้นเมื่อปี 2491 กรมการแพทย์ ได้โอนเงินงบประมาณสมทบทุนสร้าง เป็นเงิน 120,000.- บาท เมื่อสมทบกับเงินบำรุงท้องถิ่นซึ่งมีอยู่แล้วเพียง 20,196.01 บาท จังหวัดได้เรียกประมูลเพื่อทำการก่อสร้างตึกอำนวยการ แต่มีผู้เข้ายื่นประมูลราคาสูงกว่าเงินที่มีอยู่ จะเรี่ยไรก็ขัดกับระเบียบของราชการ ซึ่งขณะนั้นห้ามทำการเรี่ยไรอย่างเด็ดขาด จึงได้ดำริที่จะขออนุญาตทำไม้เอง ส่วนเงินจะใช้เป็นค่าแรงและค่าวัสดุอย่างอื่น ได้ติดต่อขอไปทางป่าไม้แล้ว แต่ก็ไม่เป็นผลสำเร็จ การสร้างจึงต้องระงับ รอเงินงบประมาณซึ่งขอเพิ่มเติมเรื่อยมา
เมื่อนายเลื่อน ไขแสง ดำรงตำแหน่ง ข้าหลวงประจำจังหวัด และนายแพทย์ชัยศิริ เขตตานุรักษ์ เป็นสาธารณ สุขจังหวัด นายล้วน สุระกุล เป็นนายอำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี ก็ได้นำเรื่องนี้มาพิจารณาอีก เพื่อดำเนินการต่อไป โดยจัดตั้งองค์การกุศลสาธารณสุขขึ้นใหม่อีกครั้งหนึ่ง และวางโครงการหาเงิน ดังนี้

1. ขออนุญาตทำการเรี่ยไรทั่วราชอาณาจักร

2. ขออนุญาตออกสลาก แต่ถูกระงับ

3. จัดงานชุมนุมเพื่อหารายได้สมทบทุน

4. จัดทำหนังสือจำหน่ายหาเงินสมทบทุน

และในขณะนั้นการสร้างโรงพยาบาลประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี ก็ได้ดำเนินการก่อสร้างอยู่แล้ว แต่การก่อสร้างนี้ยังประสบอุปสรรคในเรื่องกำลังเงินที่จะเป็นทุนสำหรับก่อสร้างให้เต็มตามโครงการได้ ฉะนั้น คณะกรรมการองค์การกุศลสาธารณสุขจังหวัดสุราษฎร์ธานี จึงได้จัดหาทุนเพิ่มเติมโดยจัดพิมพ์หนังสือขึ้นจำหน่ายตามหลักการข้อ 4 โดยให้ชื่อว่า "สุราษฎร์อนุสรณ์ 2494 " และนำรายได้จากการจำหน่ายหนังสือเข้าสมทบทุนสร้างโรงพยาบาล

การก่อสร้างได้ดำเนินการอย่างจริงจังเมื่อ พ.ศ. 2495 ในเนื้อที่ 24 ไร่เศษ เริ่มเปิดให้บริการรักษาพยาบาลผู้ป่วย ในวันที่ 13 เมษายน 2496 ด้วยจำนวนเตียง 25 เตียง และจำนวนเตียงได้เพิ่มขึ้นตามลำดับดังนี้
ปี พ.ศ.
จำนวนเตียง
2498
30
2499
50
2502
56
2503
68
2508
100
2510
158
2512
179
1513
250
2519
301
2520
375
2523
410
2526
545
2529
600
2535
629
2541
645
2542
660
2549
760
2550
780

เนื่องจากปริมาณผู้ป่วยและปริมาณงานของโรงพยาบาลเพิ่มมากขึ้น จำนวนพยาบาลที่มีอยู่ ไม่เพียงพอที่จะบริการผู้ป่วยได้ทั่วถึง ทางโรงพยาบาลจึงจำเป็นต้องอบรมพนักงานผู้ช่วยขึ้น เพื่อช่วยเหลือปฏิบัติงานของพยาบาล ต่อมาทางกรมการแพทย์ได้มีนโยบายที่จะสร้างโรงเรียนผู้ช่วยพยาบาล เพื่อผลิตผู้ช่วยพยาบาลออกมาปฏิบัติงานตามโรงพยาบาลต่าง ๆ เพิ่มขึ้น และได้พิจารณาเห็นว่า

โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานีเป็นโรงพยาบาลใหญ่ มีจำนวนผู้ป่วยเพียงพอที่จะให้เป็นสถานที่ฝึกสอน ภาคปฏิบัติของนักเรียนได้ จึงได้วางโครงการตั้งโรงเรียนผู้ช่วยพยาบาลขึ้น และได้ของบประมาณเพื่อก่อสร้าง ซึ่งได้อนุมัติให้ก่อสร้าง เมื่อปี พ . ศ . 2512สถานที่ตั้งโรงเรียนผู้ช่วยพยาบาล อยู่บริเวณด้านหลังของโรงพยาบาล มีเนื้อที่ 24 ไร่เศษ เป็นที่ดินที่ได้รับบริจาคจากประชาชน โรงเรียนผู้ช่วยพยาบาลได้รับอนุมัติให้เปิดทำการสอน เมื่อ วันที่ 18 พฤษภาคม 2513 มีจำนวนนักเรียน 50 คน หลักสูตร 1 ปี 6 เดือน โดยมีผู้อำนวยการ โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานีเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนผู้ช่วยพยาบาล

ปัจจุบัน

ปัจจุบันโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี มีฐานะเป็นโรงพยาบาลศูนย์ ได้ยกฐานะเป็น 800 เตียง ใน ปี พ . ศ . 2535 มีความสามารถในการรักษาเกือบเท่าเทียมกับโรงพยาบาลในกรุงเทพ มีแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญในทุกสาขา มีเครื่องมือตรวจรักษาที่ค่อนข้างทันสมัย มีอาคารพักรักษาที่สะอาดและสะดวกสบาย

ผู้อำนวยการ
       นายแพทย์อดิเกียรติ เอี่ยมวรนิรันดร์
วิชาการ
        นายวิน  เตชะเคหะกิจ
กุมารเวชกรรม
นายภาคภูมิ ภูมิจิตร
นางสาวอรุณี กลิ่นกล่อม
นางสาวปาลินี นันทรักษ์ชัยกุล
นางสาวกรองจิตร์ เหล็กเพชร
นางสาวนพวรรณ พงศ์โสภา
นางภัทราภรณ์ วิชัยดิษฐ์ (ช่วยราชการ)
นางสาวธันวดี พงศ์โสภา (ลาศึกษาต่อ)
นางพนิดา อนันตเสรีวิทยา
นายสุวิชา ศฤคารพูนเพิ่ม
นายดิเรก เอกบวรวงศ์
นายวุฒิชัย อมรติยางกูร
นางปริญดา จิระจรัส
นางสลิน เลาหะสราญ  (ลาศึกษาต่อ)
นายสิริ ขอประเสริฐ
นางสาวขชาภรณ์ นิ่มเคช
นางวิญญู กิ่งวงษา
จักษุ
นายบรรยง ชินกุลกิจนิวัฒน์
นายปกรณ์ อภิชนาพงษ์
นายกฤษฎารัตตานุกูล
นายสุรพล ศิริธวัช
นายดามพ์ มุกด์มณี
จิตเวช
นางสาวกมลรัตน์ วัชราภรณ์
นายสุเมธ ฉายศิริกุล
นางสาวธัญลักษณ์ วั่นเลี่ยง (ลาศึกษาต่อ)
นายเสริมศักดิ์  อู่ขันธวงศ์
ทันตกรรม
นายเวียงชัย  กอสุราษฎร์
นางสาวศิรินุช  จันทรวัฒนะ
นางสาววรางรัตน์  เศวตศิลป์
นางสาววนิดา  วงศ์เวชสวัสดิ์
นายการุณ  อรรคมุต
นางสาวอรอนงค์  อินทราประสิทธิ์
นางสาวขนิษฐา  เจนวณิชสถาพร
นายวิศิษฐ์  วงศ์วรวิทย์
นายไพรัช  หาญวนานนท์
นายวิรินทร์  วิทย์พิบูลรัตน์
กายวิภาค
นายณัฐชาติ  บุญล้อม (ลาศึกษาต่อ)
นางสาวพิมพัฒนา  รุ่งแก้ว
นางกันยปริญญ์  ภูมิจิตร
รังสี
นายปฏิวัติ ทักษิณาวิสุทธิ์ (ลาศึกษาต่อ)
นางสาวปัณณวีร์ เอี่นมจตุรภัทร
นางสุภาพร พานิช
นางสาวปัทมพันธ์ อนันตาพงศ์
นางวิมล ชินกุลกิจนิวัฒน์
วิสัญญี
นางปราถนา  นิลพงศ์
นายนิยม  เตชะเลิศไพศาล
นางสาวเพ็ญรัตน์  คำทิพย์
นางสาวจิรสุดา  เผือกคง (ลาศึกษาต่อ)
รางอาทิชา  สุวรรณประทีป
เวชกรรมฟื้นฟู
นางสาวธัญลักษณ์ ขวัญสนิท
นางสาวสิณีนาฎ โชติเวทย์ศิลป์
เวชกรรมสังคม
นายธนาคม ทองนำ
นายบุญชัย วัฒนะโภคา
นายพิเชษฐ์ จงชจรพงษ์
นายพงศธร พัฒนไทยานนท์
นายวิโรจน์ ธณศิริรักษ์
นางสาวสุมนี วัชรสินธ์
นิติเวช
นางสาวนัทนา จรูญเนตร (ลาศึกษาต่อ)
นายชินวัต สุวรรณทิพย์
ศัลยกรรม
นางสาวอริสา ทั่งตระกูล
นายญาณินทร์ อุทโยภาศ
นายโกมล ชัยวณิชยา
นายอภิรักษ์ เชียร์ศิริกุล
นายพงศ์ศิริ เปียคง
นายสมบูรณ์ เพชรมณี
นายดิศรณ์ วสุณธราพร
นายจักรกฤช สุวรรณเทพ
นางสาวบรรณฑิตา แสงกระจ่างรัตน์
นายไพวิทย์ ศรีพัฒน์พิริยกุล
นายวิทวัส เพ็ชญไพศิษฎ ์(ลาศึกษาต่อ)
นายสมศักดิ์ นิลพงษ์
นายจิระโรจน์ มีวาสนา (ลาศึกษาต่อ)
นายวัฒนศักดิ์ เพ็ชรเล็ก
นายทนงศักดิ ์ หทัยวสีวงศ์ (ลาศึกษาต่อ)
นายศักดิ์ชัย ตั้งจิตวิทยา
นายปิยะ เชิญถนอมวงศ์ (ลาศึกษาต่อ)
นายศุภพงศ์ เกษตรสุนทร
นายธนพล วัชราภรณ์
นายประกอบ ลือชาเกียรติศักดิ์
นายอภิชัย ขัติยนนท์ (ลาศึกษาต่อ)
นายฉัตรชัย ศรีนามวงศ์
นายดำรงศักดิ์ อธิกุลรัตน์
นายเอกพล พงษ์มานะวุฒิ
นายวสันต์ ประสิทธิ์วิไล
นายปณิธาน  สื่อมโนธรรม
นายบุญทน ขอประเสริฐ
นายวิศิษฎ์  วงศ์บา
กระดูก
นายป่าน  ขัมภลิขิต
นายสรวิศ  เจนวณิชสถาพร
นายกิตติพล  หงส์ธนากร (ลาศึกษาต่อ)
นายถิรวัฒน์  นวลขาว
นางสาวทยาภัทร  บุญเกษม (ลาศึกษาต่อ)
สูติ-นรีเวช
นายภานุพงศ์ เจริญดำรงทรัพย์
นายธรรมนูญ เมืองหนู
นายสฤษดิ์ชัย ภู่ศิริ
นางยุพดี โตขาว
นายชูชัย วงศ์วิวัฒนไชย
นางลาวัลย์ ปัจจักขภัติ
นายพุทธิพร พานิช
นายเสรี ศรีสันต์
นางสาวสุชาดา  สกลประกายกิจ
โสตฯ
นางสาวอุศนี อัชชะกุลวิสุทธิ์
นางรัชนีย์ ก่อธรรมนิเวศน์
นายเกษม ชูติระกะ
นายฉัตรชัย บุญเฉิด
นายศิริพงศ์ เรืองศรี
อารยรุกรรม
นายพิชัย  โรจนพิทยากร
นายจรูญ  ชาสวัสดิ์
นายมนตรี  พงษ์คุ้มภัย
นายสุเทพ  เทอดอุดมธรรม
นาวสาวอภิรดี  ทองบุญ
นางธาริณี  ศรีพัฒน์พิริยกุล
นางสุดาภรณ์  ศักดาพันธ์ไพศาล
นายคมพจน์  จิระจรัส
นายเสรีภาพ แซ่อึ้ง (ลาศึกษาต่อ)
นายพิสิทธิ์  สุวรรณประทีป
นายสุชาติ  อรุณศิริวัฒนา (ลาศึกษาต่อ)
นายอนุชา  ก้องมณีรัตน์
นายเจษฎา  ฤทธิ์ธาทร
นายทรงศักดิ์  เสรีโรดม
นางสาวกนกเนตร  ช่วยอยู่
นางกาญจนี  เจนวณิชสถาพร
นางสาวศิริวิมล  พัฒนสิงห์
นายธานี  ใบแก้ว
นายพิทักษ์  ศาสตร์สิงห์
น.ส.อัจฉรา  รอดเกิด
นายวุฒิชัย  ว่องวานิช
น.ส.พนิดา  กฤตยูภูษิตพจน์
นายสุเมธ  เฟิ่องมารยาท
 

 

 

สาระน่ารู้คู่สุขภาพ

วิธีคลายเครียดง่ายๆในชีวิตเร่งรีบสุขศึกษา

 

โลกที่มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และทำให้ชีวิตคนเมืองต้องเร่งรีบและแข่งขันกับทุกเรื่องไม่ว่าจะเป็นเวลา หรือการทำงาน ก็อาจจะทำให้รู้สึกเครียดและเบื่อหน่ายกับชีวิต เหตุนี้จึงได้มีการนำเอาวิธีการง่ายๆ มาแนะนำให้กับผู้อ่าน เพื่อว่าอ่านแล้วลองไปทำดูจะช่วย คุณได้